http://www.sangaroon.com

 หน้าแรก

 สินค้าแนะนำ

 วิธีการชำระค่าสินค้า

 ตรวจสอบใบสั่งซื้อ

 ข่าวสาร

 คำถาม-ตอบ

 ติดต่อเรา

 สมุดเยี่ยม

สถิติ

เปิดเว็บ30/03/2009
อัพเดท04/10/2019
ผู้เข้าชม946,885
เปิดเพจ1,142,332
สินค้าทั้งหมด48

นาฬิกา

Alternative content

ปฎิทิน

« October 2019»
SMTWTFS
  12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031  

จดหมายข่าว

อีเมล์


ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น

ความต่างระหว่างคนรวยกับคนชั้นกลาง

ความต่างระหว่างคนรวยกับคนชั้นกลาง
>
>
> พอดีได้ฟังวิทยุคลื่น
> FM96.5 รายการ CEO Vision คุณดนัย
> จันทร์เจ้าฉาย
> (เจ้าของสำนักพิมพ์ DMG)
> พูดถึงความต่างระหว่างคนรวยกับคนชั้นกลาง
> เห็นว่ามีประโยชน์เลยคัดบทความมาให้ทุกท่านได้อ่าน
>
>
>
> (อย่าคิดว่าบทความยาวแล้วไม่อยากอ่าน
> การอ่านเป็นการเพิ่มความรู้ให้ตัวเอง
> ฝึกการอ่านตั้งแต่วันนี้กันนะครับ
> บทความไม่ยากเกินความเข้าใจ)
>
>
> แบ่งเอาไว้ทั้งหมด
> 10 ข้อดังนี้
>
> ข้อ1.
> เศรษฐีนั้นคิดยาว
> แต่คนชั้นกลางคิดสั้น
> ว่าที่จริงคนที่คิดสั้นที่สุดก็คือคนจน
> พวกเขามักจะคิดอะไรแบบวันต่อวันทำนองหาเช้ากินค่ำ
> คนชั้นกลางนั้นมักจะคิดเป็นเดือนต่อเดือน
> นั่นคือคิดถึงวันเงินเดือนออก
> แต่คนรวยจะต้องคิดยาวเป็นปีๆ
> หรือเป็นสิบๆ ปี
> ในใจของคนจนนั้น
> เขามักคิดแต่เฉพาะเรื่องของความอยู่รอดเป็นหลัก
> ในขณะที่คนชั้นกลางคิดถึงเรื่องความสุขสบายจากการจับจ่ายใช้สอยสินค้า
> ส่วนคนรวยนั้น
> เป้าหมายของพวกเขาชัดเจน
> เขาต้องการความเป็นอิสระทางการเงิน
> การคิดยาวนั้นมีพลังมหาศาล
> เพราะมันจะทำให้เขาอดออมและลงทุนระยะยาวซึ่งจะทำให้เงินงอกเงยแบบทบต้นเป็นเวลานาน
> และนี่คือสูตรสำคัญที่สุดในการที่จะทำให้คนมั่งคั่ง
>
>
>
> ข้อ2.
> คนรวยพูดเกี่ยวกับเรื่องไอเดีย
> คนชั้นกลางพูดเกี่ยวกับสิ่งของ
> คนจนพูดถึงเรื่องของคนอื่น
> นี่คงไม่ได้หมายถึงว่าคนรวยไม่พูดเกี่ยวกับเรื่องของสิ่งของหรือคนอื่น
> แต่หมายถึงว่าคนรวยจะพูดถึงเรื่องของคนอื่นน้อยกว่าคนจน
> และมักจะเป็นคนที่มีแนวความคิดดีๆ
> หรือมีมุมมองต่างๆ
> มากกว่าคนชั้นกลางและคนจน
> เบื้องหลังของนิสัยในเรื่องนี้คงอยู่ที่ว่า
> คนรวยนั้นมักจะมีความคิดสร้างสรรค์มากกว่าคนจนซึ่งมักจะชอบ
> “ซุบซิบนินทา”
> เป็นนิจสิน
> ในขณะที่คนชั้นกลางอาจจะเน้นการทำงานประจำ
> ชอบพูดถึงเรื่องรถยนต์
> ดนตรี
> การพักผ่อนหย่อนใจ
> เป็นต้น
>
>
> ข้อ3.
> คนรวยยอมรับการเปลี่ยนแปลง
> คนชั้นกลางต่อต้านการเปลี่ยนแปลง
> คนชั้นกลางรู้สึกว่าการเปลี่ยนแปลงจะคุกคามชีวิตความเป็นอยู่ที่ตนเองเคยชิน
> ในขณะที่คนรวยนั้นคิดว่าการเปลี่ยนแปลงอาจนำมาซึ่งชีวิตที่ดีกว่า
> เขาคิดว่าในการเปลี่ยนแปลงนั้นมักมีโอกาสที่เขาอาจจะฉกฉวยได้
> เบื้องหลังนิสัยนี้อาจจะมาจากการที่คนรวยมีความมั่นใจสูงกว่าคนชั้นกลางที่มักจะกลัวว่าตนเองจะไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับสิ่งใหม่ๆ
> ได้
>
>
> ข้อ4.
> คนรวยกล้ารับความเสี่ยงที่ได้มีการพิจารณาและไตร่ตรองดีแล้ว
> คนชั้นกลางกลัวที่จะรับความเสี่ยง
> นี่เป็นนิสัยที่เป็นจุดอ่อนมากที่สุดของคนชั้นกลางในความเห็นของผม
> คนที่ไม่ยอมรับความเสี่ยงเลยนั้นจะพลาดที่จะได้ผลตอบแทนที่ดีโดยสิ้นเชิง
> ในขณะที่คนที่กล้ารับความเสี่ยงอย่างที่ได้มีการศึกษามาเป็นอย่างดีจะสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีได้โดยที่ความเสี่ยงจริงๆ
> นั้นจะมีน้อยมาก
> ตัวอย่างที่เห็นชัดเจนที่สุดก็คือ
> คนชั้นกลางส่วนใหญ่นั้นมักจะกลัวการลงทุนในหุ้นหรือตราสารการเงินที่มีความผันผวนของราคาโดยที่เขาไม่พยายามศึกษาว่าในระยะยาวแล้วมันอาจจะมีความคุ้มค่ากว่าการฝากเงินในธนาคารมาก
> ในอีกมุมหนึ่ง
> คนที่กล้ารับความเสี่ยงอย่าง
> “บ้าบิ่น”
> เช่นคนที่เล่นหุ้นวันต่อวันเองก็ไม่ใช่นิสัยของคนรวย
> คนรวยนั้นจะต้องรับความเสี่ยงเฉพาะที่มีการพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้ว
>
>
>
> ข้อ5.
> คนรวยเรียนรู้และเติบโตตลอดชีวิต
> คนชั้นกลางคิดว่าการเรียนรู้จบที่โรงเรียน
> นิสัยการเรียนรู้ไปเรื่อยๆ
> นี้
> ผมคิดว่าเป็นหัวใจเศรษฐีจริงๆ
> เพราะในความรู้สึกของผมเอง
> การเรียนรู้จากโรงเรียนเป็นเพียงพื้นฐานที่เรานำมาศึกษาต่อด้วยตนเองได้
> และเวลาหลังจากการเรียนในโรงเรียนนั้นยาวมากเป็นหลายสิบปี
> ดังนั้นความรู้ส่วนใหญ่จึงควรที่จะเกิดขึ้นหลังจากที่เราเรียนจบจากโรงเรียน
> โดยนัยของข้อนี้
> คนรวยจึงน่าจะมีนิสัยรักการอ่านหรือการหาความรู้ต่อไปเรื่อยๆ
> ในขณะที่คนชั้นกลางนั้น
> พอเรียนจบก็มักจะไม่สนใจอ่านหนังสือหรือหาความรู้ใหม่ๆ
> และความรู้ที่ผมคิดว่าคนชั้นกลางพลาดไปเพราะไม่มีการสอนในโรงเรียนก็คือ
> ความรู้ทางด้านการเงินที่คนรวยมักจะศึกษาต่อเพราะเห็นถึงความสำคัญและอาจนำไปสู่ความร่ำรวยได้
>
>
>
> ข้อ6.
> คนรวยทำงานเพื่อหากำไร
> คนชั้นกลางทำงานเพื่อจะได้ค่าจ้าง
> คนรวยมองว่านี่คือหนทางที่จะทำให้รวยได้มากกว่าแม้ว่าจะมีความเสี่ยง
> ในขณะที่คนชั้นกลางนั้นมักจะไม่กล้าเสี่ยงและอาจจะมีความคิดสร้างสรรค์น้อยกว่า
> จึงมุ่งไปที่การหางานที่จะมีรายได้แน่นอน
> แต่รายได้จากการใช้แรงงานของตนเองนั้นมีน้อยคนที่จะทำให้ตนเองรวยได้
>
>
>
> ข้อ7.
> คนรวยเชื่อว่าพวกเขาจะต้องใจบุญสุนทาน
> คนชั้นกลางคิดว่าพวกเขาไม่มีปัญญาที่จะทำบุญ
> ข้อนี้ผมเองคงไม่มีคอมเม้นท์อะไร
> ส่วนหนึ่งผมเองก็ไม่แน่ใจเนื่องจากเรื่องนี้เป็นเรื่องของแต่ละคนที่ไม่ค่อยบอก
> หรือรู้กันยกเว้นกรณีที่เป็นการบริจาคใหญ่ๆ
> อย่างกรณีของบัฟเฟตต์หรือบิลเกต
>
>
>
> ข้อ8.
> คนรวยมีแหล่งรายได้หลากหลาย
> คนชั้นกลางมีเพียงหนึ่งหรือสองแหล่ง
> ข้อนี้ก็เช่นกัน
> ผมเองไม่แน่ใจว่าคนรวยมีรายได้จากหลายแหล่งเพราะรวยแล้วจึงไปลงทุนในทรัพย์สินหลายๆ
> อย่าง
> หรือมีทรัพย์สินหลายอย่างจึงทำให้รวย
> แต่ที่ผมเห็นชัดเจนก็คือ
> คนชั้นกลางนั้น
> มักไม่ลงทุนในทรัพย์สินที่มีความเสี่ยงทำให้รายได้มักจะมาจากเงินเดือนเป็นหลัก
>
>
>
> ข้อ9.
> คนรวยเน้นการเพิ่มขึ้นของความมั่งคั่งของตนเอง
> คนชั้นกลางเน้นการเพิ่มของเงินเดือน
> เป้าหมายของคนรวยนั้นอยู่ที่ว่าตนเองมีความมั่งคั่งเพิ่มขึ้นมากน้อยแค่ไหน
> โดยมองที่ภาพรวม
> ดังนั้น
> ถ้าเขามีหุ้นอยู่
> การที่หุ้นมีมูลค่าเพิ่มขึ้นเขาก็มีความมั่งคั่งเพิ่มขึ้นโดยที่เขาไม่ต้องเสียภาษี
> แต่คนชั้นกลางพยายามทำงานเพื่อให้มีเงินเดือนสูงขึ้นแต่เขาอาจจะลืมไปว่าเขา
> จะต้องเสียภาษีเพิ่มขึ้นด้วย
> สรุปก็คือ
> คนรวยเน้นการลงทุนใช้เงินทำงานแทนตนเอง
> คนชั้นกลางเน้นการใช้แรงงานของตนเอง
>
>
>
> ข้อ10.
> คนรวยชอบตั้งคำถามที่เป็นบวกและสร้างกำลังใจ
> เช่นฉันจะสร้างรายได้เป็นเท่าตัวในปีนี้ได้อย่างไร?
> ในขณะที่คนชั้นกลางชอบตั้งคำถามที่เป็นลบและเสียกำลังใจเช่น
> จะหาเงินมาจ่ายหนี้ค่าบัตรเครดิตเดือนนี้ได้อย่างไร
> ?
>
>
>
> ที่มาฉบับเบื้องต้น
> : ดร.นิเวศน์
> เหมวชิรวรากร
> กล่าวจากหนังสือของ Keith
> Cameron Smith
> คัดลอกบทความมาจาก
> : http://bit.ly/1fehch
>
>
>
> ให้หนังสือเป็นครูผู้สอน
> ใช้สติพิจารณาในการเลือกอ่าน
> หนังสือดีเมื่ออ่านแล้วจะเปลี่ยนเราไปในทางที่ดี
>
>
> ขอให้ทุกท่านมีความสุขในการใช้ชีวิตครับ 



  
 

ความคิดเห็น

  1. 1
    christloanfunds@gmail.com
    christloanfunds@gmail.com christloanfunds@gmail.com 14/05/2019 20:43

    เราให้สินเชื่อ @ 2% อัตราดอกเบี้ยสำหรับธุรกิจและ PURPOSES ส่วนตัว ตอนนี้ด้วย: ชื่อ: จำนวนที่ต้องการ: ระยะเวลา: ประเทศ: วัตถุประสงค์: หมายเลขโทรศัพท์มือถือ: หรือเขียนถึงเราได้ที่: christloanfunds@gmail.com

แสดงความคิดเห็น

* *

 

*

view

บริการ

ข้อความดีๆ

การผลิตคอนกรีตผสมเสร็จ

ความพอเพียง

สุขภาพ

คลายเครียดกับแสงอรุณ

วาไรตี้

17 ภูมิประเทศแปลกๆ ที่ไม่คิดว่าจะมีในโลก

ฝีมือมนุษย์เยี่ยมจริงๆ

คนเรา---ย่อมมีความแตกต่าง-และข้อเปรียบเทียบเสมอ

ใหญ่จริงๆ

กางเกงยีนส์+++ของแฟนหนุ่ม

10 ประเทศที่มีประชากรน้อยที่สุด

ตำราดูภรรยา 7 ประเภท

บ้านโฮมฮัก

แมลงวัน

ของแซบอีสาน‏

เเม่มด

20 สิ่งที่คุณจะได้เห็นมันในเฉพาะเมืองไทย

มหาวิทยาลัย...ผีสิง (เรื่องจริง)‏

แฉเบื้องหลังการโจรกรรมรถยนต์

เปลี่ยนค่าย! แต่เบอร์เดิม

สุขภาพจ้า‏

เมืองลอยน้ำ‏

ยากันยุง‏

อึให้ดีไม่มีตกค้าง (เพื่อสุขภาพ)‏

รายชื่อแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านที่ดีที่สุดในเมืองไทย

วิธีเซ็นรับรองสำเนา

เคล็ดลับ 12 ข้อ จากแพทย์จีน

อันตรายควรอ่านทุกข้อ....น่ากลัว จริงๆ เลย

นิทานอีสป เรื่องจริงที่พบได้ในองค์กรคุณ‏

พิมพ์วดี สื่อวิญญาน

Be grateful with what you have.‏

ภาพน่ารักๆ ของเด็กชายนักสู้ Cody ผู้มีหลายขา‏

สถานที่ท่องเที่ยว

 หน้าแรก

 บทความ

 เว็บบอร์ด

 รวมรูปภาพ

 กระทู้วัสดุก่อสร้าง

 ติดต่อเรา

view