http://www.sangaroon.com

 หน้าแรก

 สินค้าแนะนำ

 วิธีการชำระค่าสินค้า

 ตรวจสอบใบสั่งซื้อ

 ข่าวสาร

 คำถาม-ตอบ

 ติดต่อเรา

 สมุดเยี่ยม

สถิติ

เปิดเว็บ30/03/2009
อัพเดท04/10/2019
ผู้เข้าชม946,921
เปิดเพจ1,142,368
สินค้าทั้งหมด48

นาฬิกา

Alternative content

ปฎิทิน

« October 2019»
SMTWTFS
  12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031  

จดหมายข่าว

อีเมล์


ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น

บ้านโฮมฮัก



(
แม่ต้อย กำลังจะตาย)   
ดูโฆษณาก็ว่าซึ้งแล้ว  เจอภาพพร้อมบรรยาย น้ำตาหยดเลย




"
บ้านโฮมฮัก" เป็นบ้านแห่งความรักของเด็ก ๆ นับร้อยชีวิตที่มาอาศัยพักพิงในยามที่ไม่เหลือใคร เด็กๆ ที่นี่มีทั้งเด็กกำพร้าที่ติดเชื้อเอดส์จากพ่อแม่  เด็กกำพร้าไม่ติดเชื้อแต่ถูกชุมชนผลักไสด้วยความรังเกียจ เด็กที่พ่อแม่มีปัญหาไม่สามารถเลี้ยงดูได้ เด็กที่มีปัญหายาเสพติด เด็กบางคนมาด้วยหัวใจที่แตกสลายพร้อมกับร่างกายที่บอบช้ำจากการกระทำ ทารุณกรรมของผู้ใหญ่  เรื่องราวของเด็กบางคนดั่งนิยายที่กรีดกระชากใจผู้ที่ได้รับรู้



สำหรับพวกเราชาวสนุก! ดอทคอม เรารู้จักบ้านโฮมฮักเป็นอย่างดี เพราะเมื่อปีก่อนทีมพนักงานได้เดินทางไปบริจาคของใช้จำเป็นและเงินช่วยเหลือ นำทีมโดยพี่อ้อ
HR

วันก่อนพี่อ้อก็ฟอร์เวิร์ดบทความมาให้อ่าน แล้วบอกว่าให้พี่ฝนช่วยทำอะไรสักอย่างได้ไหม อยากให้คนอ่านได้รู้จักเป็นวงกว้าง เพื่อที่ความช่วยเหลือจะได้ไปเร็วขึ้น.......


"
บ้านโฮมฮัก"อบอุ่นด้วยรักแต่แร้นแค้น


"
บ้านโฮมฮัก" เป็นบ้านแห่งความรักของเด็ก ๆ นับร้อยชีวิตที่มาอาศัยพักพิงในยามที่ไม่เหลือใคร เด็กๆ ที่นี่มีทั้งเด็กกำพร้าที่ติดเชื้อเอดส์จากพ่อแม่  เด็กกำพร้าไม่ติดเชื้อแต่ถูกชุมชนผลักไสด้วยความรังเกียจ เด็กที่พ่อแม่มีปัญหาไม่สามารถเลี้ยงดูได้ เด็กที่มีปัญหายาเสพติด เด็กบางคนมาด้วยหัวใจที่แตกสลายพร้อมกับร่างกายที่บอบช้ำจากการกระทำ ทารุณกรรมของผู้ใหญ่  เรื่องราวของเด็กบางคนดั่งนิยายที่กรีดกระชากใจผู้ที่ได้รับรู้

เด็กที่นี่มีทั้งหมด
104 ชีวิต ตั้งแต่อายุ 4 วันไปจนถึง 20 ปี บางรายถูกพ่อแม่เร่ขายให้ไปเป็นขอทาน  บางรายกำลังถูกขายไปเป็นหญิง*** และอีกหลายกรณีที่สะเทือนใจ อาทิ

กรณีของน้องส้ม (นามสมมติ) เด็กหญิงวัย
3 ขวบ แววตาสดใสน่ารัก แต่โดนผู้ใหญ่ใจโหดร้ายป้ายบาดแผลทั้งร่ายกายและจิตใจให้เธอด้วยการข่มขืน  เธอมาในสภาพอวัยวะเพศฉีกขาด จิตใจบอบช้ำ ซ้ำร้ายเธอติดเชื้อเอดส์  

หรือกรณีของน้องโฟร์ (นามสมมุติ)
 พ่อแม่เสียชีวิตเพราะเอดส์ เธอเองก็ได้รับเชื้อเช่นกัน  บ้านเธอยากจน ยามหิวโหยก็เคี้ยวข้าวสารประทังชีวิต เพราะไม่มีใครดูแล  มีวัดใกล้บ้านเธอจึงไปขอเศษข้าวเศษแกงประทังชีวิต แต่ซ้ำร้ายโดนพระใจโฉดข่มขืน ทุกวันนี้ร่างกายเธอแคระแกรนเพราะขาดสารอาหาร และเอดส์ทำให้เธอมีอาการชักหลายครั้ง จนมีผลทางสมองทำให้เธอพัฒนาการช้ากว่าเพื่อน ๆ ในวัยเดียวกัน



"
แม่ต้อย"  ของเด็ก ๆ  หรือ สุธาสินี น้อยอินทร์ หญิงเหล็กหัวใจแกร่งที่มีความตั้งใจงานเพื่อสังคมมาโดยตลอดนับตั้งแต่เรียน จบ  จากจุดเริ่มต้นที่ได้ทำงานเกี่ยวกับการดูแลเด็ก โดยไม่รับเงินเดือน  

จนกระทั่งมาตั้ง "มูลนิธิ สุธาสินี น้อยอินทร์ เพื่อเด็กและเยาวชน" อยู่ที่เลขที่
3 หมู่ 12 บ้านประชาสรรค์ ต.ตาดทอง อ.เมือง ยโสธร โทร 0-4572-2241

แม่ต้อยก่อตั้งบ้านโฮมฮักมา
20 กว่าปีแล้ว  แต่จดทะเบียนเป็นมูลนิธิเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา  เป็นพินัยกรรมเพื่อความอยู่รอดของเด็กๆเมื่อเธอต้องจากไป ทรัพย์สินทั้งหมด บ้าน รถ ที่ดิน มรดก ของพ่อแม่ก็ขายหมดมาเป็นค่ายา ค่าอาหาร ค่าเทอม ค่าน้ำ ค่าไฟ ของเด็ก ๆ ที่สูงถึงเดือนละ 4-5 แสนบาท สุดท้ายแม้กระทั่งสร้อยที่ใส่ติดคอยังต้องขาย เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายให้เด็กๆ ซึ่งเปรียบเสมือนลูกๆ  ของเธอก่อนเมื่อเปิดเทอม

แม่ต้อย เล่าว่า บ้านโฮมฮักเป็นบ้านหลังที่อบอุ่นเพื่อเด็ก ๆ ที่ยากไร้
 ขาดที่พึ่งพิง เราอยู่กันด้วยความรัก แต่แร้นแค้น  ปัจจุบันขายสมบัติจนหมดเกลี้ยงตัว  แม้จะมีเงินบริจาคเข้ามาแ?่ก็ไม่พอ เด็ก ๆ ที่บ้านโฮมฮักต้องช่วยเหลือกัน แบบพี่ดูแลน้อง ปลูกผัก หาแมลงกินประทังชีวิต แต่ด้วยความแห้งแล้งก็ยากลำบากเหลือเกิน แค่น้ำใช้อาบทั้งบ้านก็ไม่พอ จะเอาน้ำที่ไหนไปรดผัก  แมลงที่หาได้ต้องเอาไปคั่วแล้วป่น โรยข้าวเพื่อให้พอกินกันทั้งบ้าน  เด็กก็มีแต่ตัวเล็ก ๆ   บางส่วนก็ป่วย บางส่วนไปโรงเรียน  ที่โตขึ้นมาหน่อยก็ต้องดูแลน้องตัวเล็ก ๆ ที่ยังช่วยเหลือตัวเองไม่ได้  และบางคนก็ต้องพยาบาลน้องๆ  ที่เจ็บป่วย

"
ที่น่าเศร้าใจคือสังคมยังมีการเลือกปฏิบัติและอคติต่อผู้ติดเชื้อเอดส์  เมื่อส่งเด็กไปโรงเรียนต้องหาโรงเรียนที่ไกลออกไป  บางครั้งเมื่อรู้ว่าเด็กมาจากที่นี่  พ่อแม่ ผู้ปกครองก็ประท้วงให้ไล่เด็กออก  เพราะสังคมยังขาดความเข้าใจว่าไม่สามารถติดเชื้อจากการอยู่ร่วมกัน แต่ติดทางเลือดและการมีเพศสัมพันธ์เท่านั้น  ทำให้ไม่เข้าใจเด็กเหล่านี้ว่าป่วยแค่ร่างกายแต่ยังมีชีวิตจิตใจ มีความรู้สึกนึกคิด  ร้องไห้ได้เหมือนกับเรา เด็กเหล่านี้โดนมองเหมือนเป็นตัวประหลาดที่ไม่มีใครอยากเฉียดกรายเข้าใกล้    ขนาดเหลือแต่ร่างไร้ลมหายใจจะเผาในวัดยังไม่ได้ ชาวบ้านกลัวขี้เถ้าฟุ้งไปในอากาศตกหลังคาบ้านแล้วจะติดเอดส์กันทั้งหมู่บ้าน " แม่ต้อย เล่าทั้งน้ำตา



มีเด็กระยะสุดท้ายที่แพทย์พิพากษาว่า อยู่ได้อีกไม่ถึงเดือน หรือ
2 เดือน  กับเด็กที่แพทย์หยุดยา เพราะดื้อยาแล้ว ส่งมาอยู่รอความตายที่นี่  แต่ด้วยความรัก ความอบอุ่น และบรรยากาศที่ดูแลกันเหมือนพี่น้อง เด็ก ๆ หลายคนกลับมีชีวิตอยู่ได้เกินกำหนดที่แพทย์บอก  เช่น น้องก้อง (นามสมมุติ)  มาตอนอายุ  8 เดือน ซึ่งหมอไม่รักษาแล้ว เพราะเชื่อว่าอยู่ได้อีก 2 เดือน แต่ตอนนี้น้องก้องสุขภาพแข็งแรงดี อายุ 12 ขวบแล้ว ช่วยพี่ๆ รดน้ำผักทุกวัน

แต่ตอนนี้ผักปลูกได้น้อย แมลงหาจนไม่มีให้หาแล้ว
 ข้าวกินได้ครึ่งท้องเพื่อแบ่งอีกครึ่งให้น้อง ๆ ซ้ำร้ายแม่ต้อยของเด็กกำลังป่วยด้วย "มะเร็งลำไส้ระยะสุดท้าย"  

ซึ่งหมอบอกว่าเธอจะอยู่ได้อีกไม่เกิน
6 เดือน   แต่หัวใจแม่เกินร้อยที่เธอมอบให้เด็กๆ ทำให้เธอสู้  บางคืนเธอถูกรุมเร้าด้วยอาการปวดที่ไม่ได้พักผ่อนจากการทำงานหนัก  

พอช่วงกลางคืนถึงกับนอนไม่ได้
 ต้องลุกออกมาเดิน หาก ใครไปบ้านโฮมฮักไม่รู้คนไหนแม่ต้อยละก็ ให้สังเกตที่ข้อเท้าจะมีกระดิ่งเป็นลูกกระพรวนห้อยไว้ เพราะยามเธอออกมาเดิน เด็ก ๆ ได้ยินเสียงกระดิ่งจะได้ไม่กลัวคิดว่าเป็นผี ...

แต่ จะมีวันไหนที่แม่ต้อยไม่ลุกออกมาเดินอีกแล้วก็ไม่รู้ !
?! แล้วเด็ก ๆ จะอยู่กันได้อย่างไร ต้องกำพร้าครั้งที่สองในชีวิตกันอีกแล้วหรือ ?


ปัจจุบันบ้านโฮมฮักกำลังประสบภาวะขาดแคลนทุนทรัพย์ อย่างหนัก
 และยังขาดครูพี่เลี้ยง  ขาดเจ้าหน้าที่อาสาสมัครที่ทยอยถอนตัวออกไป เราลองมาช่วยกันสร้างปาฏิหาริย์ให้บ้านโฮมฮักเพื่อช่วยเหลือเด็ก ๆ ที่ถูกทอดทิ้ง ใครที่เคยคิดว่าพวกเขาเหล่านั้นเป็นส่วนเกิน  เป็นส่วนที่ต้องกันไว้ให้อยู่อีกโลก  เป็นอีกชนชั้นของสังคม ก็น่าจะมองกันใหม่ เพราะพวกเขาเป็นเพียงเด็ก เป็นชีวิตที่ไร้เดียงสา แววตาบริสุทธิ์ไม่ได้รับรู้ถึงเรื่องราวที่ผู้ใหญ่ยัดเยียดให้  เด็กน้อยเหล่านี้เกิดมาจากปัญหาที่พวกผู้ใหญ่สร้างขึ้นทั้งนั้น

ถ้าหากใครได้ไปสัมผัสเยี่ยมเยือน เด็กๆ ที่บ้านโฮมฮัก จะเห็นแววตาที่สดใส ร่าเริง ทุกคนจะดีใจที่?ีพี่ๆ ไปเยี่ยม ยิ่งถ้าไปเล่นไปสัมผัสเด็ก ๆ เหล่านั้นด้วยจิตกุศล ด้วยความรักก็เหมือนได้ต่อเติมชีวิตอันสดใส จากเด็กที่ไม่ลุกเดิน ซึมเศร้าเหม่อลอย ไม่มีแม้แต่รอยยิ้ม
 เมื่อเห็นผู้มาเยี่ยมเยือนจะดีใจ ลุกขึ้นมาต้อนรับ มีรอยยิ้ม เพราะนานมากแล้วที่ถูกทอดทิ้ง ไม่ค่อยมีใครไปเยี่ยมเยือน

"
พี่ ๆ จะกลับมาหาพวกหนูกันอีกมั๊ยคะ"

"
พี่หนูอยากได้เสื้อสีแดงไว้ใส่  หนูจะได้ใส่ก่อนตายมั๊ยคะ"  

และอีกมากมายคำพูดอันเสียดแทงหัวใจพี่ๆ ทุกคน อยากให้สังคมได้รับรู้ ก่อนจากกันโบกมือลาด้วยน้ำตา และแววตาของเด็ก ๆ ที่มองรถจนลับตาพร้อมกับความหวังว่า จะมีใครมาเยี่ยมเยือนและนึกถึงพวกเขาเหล่านั้นกันอีกบ้าง


สำหรับผู้มีจิตศรัทธาบริจาคช่วยเหลือเด็ก ๆ โอนเงินไปได้ที่ ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขายโสธร ชื่อบัญชี มูลนิธิสุธาสินี น้อยอินทร์ เพื่อเด็กและเยาวชน เลขที่
561-2-21187-7
โทร.
0-4572-2241

หรือจะบริจาคเสื้อผ้า หนังสือการ์ตูน หนังสือเรียน ของเล่น และสิ่งจำเป็นได้ตามจิตศรัทธาเป็นของใหม่หรือของใช้แล้วก็ได้
 เพราะของที่ท่านไม่ใช้แล้วยังมีค่ากับเด็ก ๆ เหล่านี้อย่างมาก

ช่วยกันหน่อยนะคะ...จะเป็นพระคุณอย่างสูง


ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

* *

 

*

view

บริการ

ข้อความดีๆ

การผลิตคอนกรีตผสมเสร็จ

ความพอเพียง

สุขภาพ

คลายเครียดกับแสงอรุณ

วาไรตี้

17 ภูมิประเทศแปลกๆ ที่ไม่คิดว่าจะมีในโลก

ฝีมือมนุษย์เยี่ยมจริงๆ

คนเรา---ย่อมมีความแตกต่าง-และข้อเปรียบเทียบเสมอ

ใหญ่จริงๆ

กางเกงยีนส์+++ของแฟนหนุ่ม

10 ประเทศที่มีประชากรน้อยที่สุด

ตำราดูภรรยา 7 ประเภท

บ้านโฮมฮัก

แมลงวัน

ของแซบอีสาน‏

เเม่มด

20 สิ่งที่คุณจะได้เห็นมันในเฉพาะเมืองไทย

มหาวิทยาลัย...ผีสิง (เรื่องจริง)‏

แฉเบื้องหลังการโจรกรรมรถยนต์

เปลี่ยนค่าย! แต่เบอร์เดิม

สุขภาพจ้า‏

เมืองลอยน้ำ‏

ยากันยุง‏

อึให้ดีไม่มีตกค้าง (เพื่อสุขภาพ)‏

รายชื่อแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านที่ดีที่สุดในเมืองไทย

วิธีเซ็นรับรองสำเนา

เคล็ดลับ 12 ข้อ จากแพทย์จีน

อันตรายควรอ่านทุกข้อ....น่ากลัว จริงๆ เลย

นิทานอีสป เรื่องจริงที่พบได้ในองค์กรคุณ‏

พิมพ์วดี สื่อวิญญาน

Be grateful with what you have.‏

ภาพน่ารักๆ ของเด็กชายนักสู้ Cody ผู้มีหลายขา‏

สถานที่ท่องเที่ยว

 หน้าแรก

 บทความ

 เว็บบอร์ด

 รวมรูปภาพ

 กระทู้วัสดุก่อสร้าง

 ติดต่อเรา

view