http://www.sangaroon.com

 หน้าแรก

 สินค้าแนะนำ

 วิธีการชำระค่าสินค้า

 ตรวจสอบใบสั่งซื้อ

 ข่าวสาร

 คำถาม-ตอบ

 ติดต่อเรา

 สมุดเยี่ยม

สถิติ

เปิดเว็บ30/03/2009
อัพเดท02/01/2018
ผู้เข้าชม928,596
เปิดเพจ1,119,816
สินค้าทั้งหมด48

นาฬิกา

Alternative content

ปฎิทิน

« August 2019»
SMTWTFS
    123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031

จดหมายข่าว

อีเมล์


ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น

คุณสมบัติของเถ้าลอยจากถ่านหินลิกไนต์

                       เถ้าลอยลิกไนต์แม่เมาะมีคุณสมบัติเป็นสาร Pozzolan มีส่วนประกอบหลักที่สามารถทำปฏิกิริยาเคมีได้ อยู่ในรูปสารประกอบของ silica และ alumina เมื่อผสมกับปูนซีเมนต์ในสภาพที่มีความชื้น ในระยะแรก น้ำกับปูนซีเมนต์จะทำปฏิกิริยา hydration เกิดเป็นสารเชื่อมประสาน ที่แข็งตัว เช่น Calcium Silicate Hydrate, Calcium Aluminate Hydrate และเป็นสารละลาย Ca(OH)2 อิสระอยู่ในโพรงของเนื้อคอนกรีต(pore solution) ซึ่งสามารถถูกชะล้างออกไปได้ ในช่วงต่อมา เถ้าลอยจะเข้าทำปฏิกิริยา pozzolanic กับสาร Ca(OH)2 ส่วนนี้ เกิดเป็นสารเชื่อมประสานชนิดเดียวกันเพิ่มขึ้น ส่งผลให้คอนกรีตเหลือปริมาณ Ca(OH)2 น้อยลง มีความแข็งแรงในระยะยาวเพิ่มขึ้น และมีความคงทนเพิ่มขึ้น

ประโยชน์จากความกลม และขนาดที่เล็กของเถ้าลอยลิกไนต์แม่เมาะ

       จากการเผาถ่านหินลิกไนต์แม่เมาะที่อุณหภูมิสูงระหว่าง 900-1,100 C เมื่อไอร้อนลอยขึ้นไป และเกิดการถ่ายเทความร้อน จนไอร้อนเย็นตัวลงอย่างรวดเร็ว ละอองเถ้าซึ่งเป็นของแข็งที่เหลืออยู่ จะรวมตัวกันก่อรูป เป็นอนุภาคเล็กๆ มีสัณฐานเป็นทรงกลม และมีขนาดโดยเฉลี่ยประมาณ 30ไมครอน ด้วยความกลมและขนาดที่เล็ก อนุภาคเถ้าลอยลิกไนต์ จึงเป็นตัวช่วยในการหล่อลื่นที่ดี ในลักษณะของ Ball Bearing ระหว่างที่ผสมคลุกเคล้าร่วมกับปูนซีเมนต์ หิน และทราย ในการผสมคอนกรีต การคลุกเคล้าจึงสามารถทำได้ง่ายขึ้น โดยใช้ปริมาณน้ำน้อยกว่าที่ใช้กับคอนกรีตปกติ ซึ่งใช้ปูนซีเมนต์เพียงอย่างเดียว เป็นสารเชื่อมประสาน

       คุณสมบัติที่เป็นทรงกลมขนาดเล็กของเถ้าลอยลิกไนต์จะช่วยอุดแทรกช่องว่างระหว่างเม็ดหิน ทราย และปูนซีเมนต์ ได้เป็นอย่างดี ทำให้ได้คอนกรีตที่มีเนื้อแน่น ทึบน้ำมากขึ้น สารละลายต่างๆ แทรกซึมเข้าไปทำลายเนื้อคอนกรีตได้ยากขึ้น ดังนั้น จึงส่งผลให้คอนกรีตชนิดนี้มีความคงทนต่อการทำลายของสภาพแวดล้อมได้ดีขึ้นด้วย


เถ้าลอยลิกไนต์แม่เมาะ ที่เกิดจากขบวนการ Sintering ที่อุณหภูมิสูง มีทรงกลมเหมือน Ball Bearing ขนาด 10-100 ไมครอน

คุณสมบัติของคอนกรีตผสมเถ้าลอย เมื่อเทียบกับคอนกรีตที่ใช้ปูนซีเมนต์ล้วน

       ถ้าได้ออกแบบส่วนผสมของคอนกรีต โดยมีการผสมเถ้าลอยทดแทนปูนซีเมนต์บางส่วนอย่างเหมาะสมแล้ว คุณสมบัติของคอนกรีตผสมเถ้าลอย เมื่อเปรียบเทียบกับคอนกรีตที่ใช้ปูนซีเมนต์ล้วน จะมีดังต่อไปนี้

1.ข้อดีกว่า
    ความสามารถในการเทได้สูงกว่า, ความสามารถในการสูบฉีดไปตามท่อ (pump) สูงกว่า, slump loss ช้ากว่า, ลดความร้อนในคอนกรีตได้มากกว่า, กำลังในอายุยาวสูงกว่า, ความพรุนของคอนกรีตจะต่ำกว่า, การหดตัวแบบออโตจีนัสต่ำกว่า, การหดตัวแบบแห้งต่ำกว่า, การเกิดสนิมในเหล็กเนื่องจากคลอไรด์ต่ำกว่า, ความต้านทานซัลเฟตและกรดสูงกว่า, ความต้านทานผลการขยายตัวจากปฏิกิริยา ระหว่างด่างกับมวลรวมสูงกว่า
2.ข้อด้อยกว่า
    ระยะเวลาการก่อตัวยาวกว่า, กำลังในระยะต้นต่ำกว่า, คาร์บอเนชั่นเกิดขึ้นสูงกว่า, ความต้านทานต่อการเยือกแข็ง และการหลอมเหลวของน้ำสลับกัน (freezing and thawing) ต่ำกว่า (ซึ่งในเรื่องนี้มักไม่เป็นปัญหาในประเทศไทย เพราะเป็นเมืองร้อน)
3.คุณสมบัติเทียบเท่า
    คุณสมบัติทางกลศาสตร์ต่างๆ เช่น กำลังรับแรงดึง, กำลังรับแรงดัด, ค่าโมดูลัสความยืดหยุ่น, ค่าสัมประสิทธิ์ปัวซอง และความต้านทานต่อการขัดสี (เมื่อเทียบกับคอนกรีตที่ใช้ปูนซีเมนต์ล้วน ที่มีกำลังอัดใกล้เคียงกัน)

       อย่างไรก็ดี คอนกรีตที่ผสมเถ้าลอย โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าผสมในปริมาณมาก ควรได้รับการบ่มชื้นอย่างต่อเนื่องยาวนาน (ควรบ่มไม่น้อยกว่า 14 วัน) ให้มากกว่าการบ่มคอนกรีต ซึ่งใช้ปูนซีเมนต์ล้วนเป็นวัสดุประสาน

แนวคิดสำหรับคอนกรีตยุคใหม่

       วงการก่อสร้างในปัจจุบันได้ให้ความสนใจกับความทนทานของคอนกรีตมากขึ้น แทนที่จะสนใจแต่กำลังของคอนกรีต เพียงอย่างเดียวเป็นสำคัญ เช่นในช่วงที่ผ่านมา คอนกรีตที่มีกำลังเพียงพอสำหรับใช้งานได้ แต่มีอายุการใช้งานที่ยืนยาว จะเป็นคอนกรีต ที่พึงประสงค์มากกว่า คอนกรีตที่มีกำลังสูง แต่เสื่อมสภาพลงไปมาก ภายในเวลาเพียงไม่กี่ปี ปัจจัยที่จะช่วยให้คอนกรีต เพิ่มความทนทานต่อการกร่อนทำลายของสิ่งแวดล้อม มีดังนี้

  1.  
    1. การใช้อัตราส่วน น้ำ/สารเชื่อมประสาน ที่ต่ำ จะช่วยลดโพรงที่หลงเหลือในคอนกรีตลง ทำให้คอนกรีตมีเนื้อแน่น และมีความทึบน้ำเพิ่มขึ้น
    2. ใช้วัสดุ pozzolan เช่น Silica Fume, GGBS หรือ เถ้าลอยลิกไนต์ ผสมทดแทนปูนซีเมนต์ในคอนกรีตในปริมาณที่เหมาะสมกับปัญหาของสภาพใช้งาน เพื่อลดปริมาณ Ca(OH)2 อิสระในโพรงคอนกรีตให้เหลือน้อยลง เสริมความแข็งแรงในระยะยาว และเพิ่มความทึบน้ำของคอนกรีตให้สูงขึ้น
    3. ปรับส่วนผสมคอนกรีตให้เหมาะสม ประกอบกับใช้การจี้เขย่าเท่าที่จำเป็นอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อทำให้เนื้อคอนกรีตสด อัดตัวกัน ได้แน่น และไม่เกิดการแยกตัวของหินย่อยออกจากมวลคอนกรีต
    4. บ่มคอนกรีตอย่างเพียงพอไม่น้อยกว่า 14 วัน เพื่อให้ปฏิกิริยา Hydration เกิดขึ้นได้อย่างสมบูรณ์ ซึ่งจะส่งผลให้คอนกรีต พัฒนากำลัง และความทึบน้ำขึ้นได้เต็มศักยภาพ
    5. ใช้ระยะหุ้มเหล็กเสริมที่เพียงพอ และเหมาะสมกับสภาพการใช้งาน

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

* *

 

*

view

บริการ

ข้อความดีๆ

การผลิตคอนกรีตผสมเสร็จ

ความพอเพียง

สุขภาพ

คลายเครียดกับแสงอรุณ

วาไรตี้

17 ภูมิประเทศแปลกๆ ที่ไม่คิดว่าจะมีในโลก

ฝีมือมนุษย์เยี่ยมจริงๆ

คนเรา---ย่อมมีความแตกต่าง-และข้อเปรียบเทียบเสมอ

ใหญ่จริงๆ

กางเกงยีนส์+++ของแฟนหนุ่ม

10 ประเทศที่มีประชากรน้อยที่สุด

ตำราดูภรรยา 7 ประเภท

บ้านโฮมฮัก

แมลงวัน

ของแซบอีสาน‏

เเม่มด

20 สิ่งที่คุณจะได้เห็นมันในเฉพาะเมืองไทย

มหาวิทยาลัย...ผีสิง (เรื่องจริง)‏

แฉเบื้องหลังการโจรกรรมรถยนต์

เปลี่ยนค่าย! แต่เบอร์เดิม

สุขภาพจ้า‏

เมืองลอยน้ำ‏

ยากันยุง‏

อึให้ดีไม่มีตกค้าง (เพื่อสุขภาพ)‏

รายชื่อแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านที่ดีที่สุดในเมืองไทย

วิธีเซ็นรับรองสำเนา

เคล็ดลับ 12 ข้อ จากแพทย์จีน

อันตรายควรอ่านทุกข้อ....น่ากลัว จริงๆ เลย

นิทานอีสป เรื่องจริงที่พบได้ในองค์กรคุณ‏

พิมพ์วดี สื่อวิญญาน

Be grateful with what you have.‏

ภาพน่ารักๆ ของเด็กชายนักสู้ Cody ผู้มีหลายขา‏

สถานที่ท่องเที่ยว

 หน้าแรก

 บทความ

 เว็บบอร์ด

 รวมรูปภาพ

 กระทู้วัสดุก่อสร้าง

 ติดต่อเรา

view